สารจากคณะกรรมการบริษัท


นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช
(ประธานกรรมการ)

ปี 2564 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวม เริ่มฟื้นตัวจากปีที่ผ่านมา แม้ว่ายังอยู่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ปี 2564 มียอดการผลิตรถยนต์รวม 1,685,705 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 18.1 จากปี 2563 ที่จำนวน 1,426,970 คัน โดยมี ยอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งสิ้นจำนวน 759,119 คัน ลดลง ร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่จำนวน 792,146 คัน ในขณะที่ยอดรถยนต์ส่งออกจำนวน 959,194 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่จำนวน 735,842 คัน ส่วนยอดการผลิตรถกระบะ 1 ตัน รวมรถกระบะดัดแปลงจำนวน 1,050,202 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.9 เมื่อเทียบกับ ปี 2563 ที่จำนวน 861,735 คัน

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และ บริษัทย่อยในปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการจำนวน 3,875.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 จาก 3,101.1 ล้านบาทในปี 2563 สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2564 จำนวน 503.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 98.8 จากจำนวน 253.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 เนื่องจากการฟื้นตัวของรายได้จากกการขายตามสภาวะของ อุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ประกอบกับมาตรการ ควบคุมค่าใช้จ่ายและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบันทึกขาดทุนจาก การดำเนินงานที่ยกเลิกและขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ ในต่างประเทศรวมจำนวน 156.1 ล้านบาท ด้วยก็ตาม


นายอังกฤษ รุ่งโรจน์กิติยศ
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

สำหรับทิศทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในประเทศสำหรับปี 2565 ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ การรักษาตลาดการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องยนต์และ ชิ้นส่วนรถกระบะ 1 ตัน พร้อมกับการเข้าไปในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน (Non-Pickup) ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) รถยนต์นั่ง (Passenger Car) รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วน ที่ไม่ใช่ยานยนต์ เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร (Agricultural Machinery) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) เป็นต้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและขยายฐานธุรกิจให้กว้าง ขวางมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ ต่างประเทศ จากภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเขต ภูมิภาคยุโรป อันมีสาเหตุจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 และการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ลูกค้า หลักได้ยกเลิกคำสั่งซื้อ มีผลให้บริษัทย่อยที่ประเทศฮังการีได้ยุติการดำเนินงานและบริษัทย่อยอีกบริษัทที่ประเทศเยอรมันได้ประสบ ภาวะการขาดสภาพคล่องจนต้องเข้าสู่กระบวนการ Insolvency ในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ จะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุน ในงบการเงินรวมของบริษัทฯ อีกต่อไป

สำหรับความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทฯ และบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คำนึงถึง ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นการปฏิบัติตน เป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่าง ครบถ้วน บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพ ชีวิตของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนใกล้เคียงให้มี คุณภาพดีขึ้นพร้อม ๆ ไปกับการเติบโตของบริษัทฯ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าเป็นหนึ่ง ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณ ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย พนักงาน และผู้บริหารทุกท่านสำหรับ การดำเนินการที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทจะยึดมั่นในการดำเนิน ธุรกิจด้วยความโปร่งใสภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการด้วย ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป