สารจากคณะกรรมการบริษัท


นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช
(ประธานกรรมการ)

ปี 2560 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มแสดงการฟื้นตัวผ่านจุดต่ำสุดชัดเจนมากขึ้น กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2560 มียอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งสิ้น 871,650 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับปี 2559 และมียอดการผลิตรถยนต์รวม 1,988,823 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 จากปี 2559 โดยยอดการผลิตรถกระบะ 1 ตัน รวมรถกระบะดัดแปลง 1,130,058 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับปี 2559

ผลการดำเนินงานของบริษัท

รายได้

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 3,927.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 จากปี 2559 มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

ต้นทุนขาย

ปี 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีต้นทุนขาย 3,157.3 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงร้อยละ 5.7 จากปี 2559 เป็นผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต และกิจกรรมการลดต้นทุน ตลอดจนค่าเสื่อมราคาที่ลดลง เนื่องจากเครื่องจักรบางส่วนซึ่งยังสามารถใช้งานได้ดี เริ่มครบกำหนด


ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ปี 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 175.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับปี 2559 เนื่องจากกิจกรรมการขายที่เพิ่มมากขึ้น

กำไรสุทธิ

ปี 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 641.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.9 เมื่อเทียบกับปี 2559

งบแสดงฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มี 5,544.0 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 768.4 ล้านบาท จากยอด ณ 31 ธันวาคม 2559 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 435.9 ล้านบาท สินค้าคงเหลือลดลง 52.1 ล้านบาท เพื่อปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับการขาย ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 417.5 ล้านบาท เนื่องจากการคิดค่าเสื่อมราคา

หนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มี 446.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.3 ล้านบาท จากยอด ณ 31 ธันวาคม 2559 จากการซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มี 5,097.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.4 ล้านบาท จากยอด ณ 31 ธันวาคม 2559

งบกระแสเงินสด

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ทั้งสิ้น 1,497.9 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 1,205.8 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนในโครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนบำรุงรักษาและปรับปรุงกำลังการผลิตทั้งสิ้น 343.4 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมการจัดหาเงินจำนวนทั้งสิ้น 427.0 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้ไปในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น

เหตุการณ์สำคัญ

28 เมษายน 2560 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 มีมติอนุมัติให้เพิ่มกรรมการบริษัทอีก 2 คน จาก 9 คน เป็น 11 คน คือ นายกุญชร เรามานะชัย และนายพลเอก รุ่งโรจน์กิติยศ

18 สิงหาคม 2560 บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Certified Company of Thailand's Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption)

25 สิงหาคม 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยรวม 4 บริษัท ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ระดับประเทศ และได้รับการรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ จากกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

12 กันยายน 2560 บริษัทฯ ได้รับประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงว่าได้มุ่งมั่นในการนำหลักการแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labor Practices: GLP) มาใช้ในการบริหารจัดการด้านแรงาน จากกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

17 ตุลาคม 2560 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2560 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2017) ซึ่งบริษัทฯ ได้รับคะแนนการประเมินอยู่ในระดับดีมาก (4 โลโก้) โดยอยู่ในกลุ่ม Top Quartile: 3,000 – 9,999 MB. Market Cap

8 พฤศจิกายน 2560 บริษัทฯ ได้รับการประกาศให้อยู่ในรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่ม “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment 2017 (THSI) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

21 พฤศจิกายน 2560 แจ้งสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอลูมิเนียมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมตลอดทั้งโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท

12 ธันวาคม 2560 แจ้งสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ โดย P.C.S. Machine Group Holding GmbH, P.C.S. Precision Works Germany GmbH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศเยอรมนี และบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศฮังการี จะเข้าซื้อสินทรัพย์จาก H.J. Küpper Metallbearbeitung GmbH (HJK), H.J. Küpper System & Modultechnik GmbH (SMT), Zelter GmbH (ZEL) และ Küpper Hungaria (KHU) รวมเรียกว่า Küpper Group มูลค่า 26.5 ล้านยูโร

โครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญ

บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปในกลุ่มชิ้นส่วนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจให้ผลิตชิ้นส่วนในโครงการต่าง ๆ ซึ่งเริ่มการส่งมอบในปี 2560 ดังต่อไปนี้

  • ชิ้นส่วนที่เริ่มส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 1 มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท อายุโครงการ 5 – 8 ปี ได้แก่
    • ชิ้นส่วนรถยนต์นั่ง 1 รายการ
    • ชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์ 3 รายการ
  • ชิ้นส่วนที่เริ่มส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 มูลค่ารวม 300 ล้านบาท อายุโครงการ 4 – 6 ปี ได้แก่
    • ชิ้นส่วนกระบะ 1 ตัน 1 รายการ
    • ชิ้นส่วนรถยนต์นั่ง 1 รายการ
    • ชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์ 2 รายการ
  • ชิ้นส่วนที่เริ่มส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 มูลค่ารวม 100 ล้านบาท อายุโครงการ 4 ปี ได้แก่
    • ชิ้นส่วนรถยนต์นั่ง 3 รายการ
  • ชิ้นส่วนที่เริ่มส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 มูลค่ารวม 100 ล้านบาท อายุโครงการ 4 – 5 ปี ได้แก่
    • ชิ้นส่วนรถยนต์นั่ง 4 รายการ

นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

ความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คำนึงถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนใกล้เคียงให้มีคุณภาพดีขึ้นพร้อม ๆ ไปกับการเติบโตของบริษัทฯ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนำบริษัทฯ เข้าเป็นหนึ่งใน 65 รายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ประจำปี 2560

ด้านสังคม ชุมชน และส่วนราชการ

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยในปี 2560 บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุน กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่

  • บริษัทฯ มีส่วนในการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 86 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด
  • สนับสนุนโครงการพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมด้วยความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคสุรนารีและวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม ในโครงการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี โดยมีนักศึกษาเข้าเรียนรู้ฝึกงานในโครงการ และสำเร็จการศึกษาในเดือนเมษายน 2560 จำนวน 72 คน
  • สนับสนุนการพัฒนา และต่อยอดด้านการศึกษา โดยเปิดให้นักศึกษาเข้าศึกษาดูงานในสายการผลิต รวม 204 คน จาก 3 สถาบันการศึกษา
  • บริษัทฯ มีโอกาสได้ต้อนรับคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รวมทั้งคณะจากหน่วยงานราชการ ผู้ถือหุ้นรายย่อยและนักลงทุน เข้าเยี่ยมชมบริษัทฯ ในปี 2560 รวม 10 คณะ จำนวน 180 คน
  • มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นเครื่องเจาะและตัดกระโหลกศรีษะ และเครื่องผลิตน้ำบริสุทธิ์แบบเคลื่อนที่สำหรับเครื่องฟอกไต รวมมูลค่า 2,090,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเทพรัตน์ จังหวัดนครราชสีมา
  • ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม รวมทั้งกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในเขตตำบลโคกกรวด จำนวน 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมวันเด็ก กิจกรรมรดน้ำขอพรเทศกาลสงกรานต์ กิจกรรมปลูกป่า และร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยการถวายผ้าไตรจีวรในวันเข้าพรรษาแก่วัดในเขตตำบลโคกกรวด
  • ดำเนินโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมอบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง ให้กับโรงเรียนนิคมสร้างตนเองพิมาย 6 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
  • กิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ในการแบ่งปันอาหารและน้ำดื่มให้กับญาติผู้ป่วยที่มารับบริการที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นประจำทุกเดือน
  • ร่วมกับสภากาชาดไทย รับบริจาคโลหิตจากพนักงาน ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ในโครงการทำความดี บริจาคโลหิต น้อมจิตรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมปริมาณโลหิตทั้งสิ้น 224,000 ซีซี.

ด้านการดูแลพนักงาน

พนักงาน เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ และเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง บริษัทฯส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาตนเองไปสู่ความมั่นคงและความก้าวหน้า ให้เกิดศักยภาพในการพัฒนาอย่างมืออาชีพ อีกทั้งยังได้สนับสนุนให้พนักงานได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรม ผ่านแนวคิดองค์กรแห่งความสุข 8 ประการ หรือ Happy work place ภายใต้คำนิยาม Work Life Balance ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ในรูปแบบของคณะกรรมการ อีกทั้งยังให้พนักงานได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทอยู่อย่างสม่ำเสมอ จนได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ระดับประเทศ ครบทั้ง 4 บริษัท ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม การป้องกันมลพิษ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงได้ริเริ่มโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 5 MWdc. เพื่อใช้ภายใน บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด โดยในปี 2560 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 6,736,876 KWh. ช่วยลดปริมาณ CO2 ได้เท่ากับ 3,788.82 ตันคาร์บอน และลดค่าไฟฟ้าได้รวม 28.57 ล้านบาท รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชนได้เข้าศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมโครงการ จำนวน 10 คณะ รวม 152 คน

นอกจากนี้ บริษัท พี.ซี.เอส. ได คาสติ้ง จำกัด ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานมาตรการการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชมโดยรอบบริษัทฯ ในรัศมีห้ากิโลเมตร เพื่อจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการขยายกำลังการผลิต

บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด ได้รับโล่ เกียรติบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 จากกระทรวงอุตสาหกรรม

แนวโน้มธุรกิจยานยนต์ปี 2561

ทิศทางการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์มีความชัดเจนมากขึ้น แต่เนื่องจากมีการหดตัวของอุตสาหกรรมมาเป็นระยะเวลานาน มีความเป็นไปได้ว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้า ๆ กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศเป้าหมายการผลิตรถยนต์ทุกประเภทใน ปี 2561 ไว้ที่ 2.0 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.56 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 900,000 คัน และผลิตเพื่อการส่งออก 1,100,000 คัน

ทิศทางบริษัทฯ ปี 2561

บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การรักษาตลาดการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนรถกระบะ 1 ตัน ต่อไป พร้อมขยายเข้ารับชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน (Non-Pickup) ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) รถยนต์นั่ง (Passenger Car) รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ใช่ยานยนต์ เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร (Agricultural Machinery) และ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) เป็นต้น เพื่อขยายฐานธุรกิจให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ในปี 2561 นี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายการลงทุนไปในยุโรป โดยการซื้อทรัพย์สินบางส่วนจากกลุ่ม Küpper ในประเทศเยอรมนี และ ฮังการี เพื่อขยายฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ในภูมิภาคที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และขยายโอกาสในการรับงานในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างการเจริญเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอย่างมั่นคงและยั่งยืนเป็น “บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ที่ลูกค้าเลือกด้วยคุณภาพระดับโลก” เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายต่อไป

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช

(ประธานกรรมการ)

นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล

(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)