สารจากคณะกรรมการบริษัท


นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช
(ประธานกรรมการ)

ในปี 2562 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยในช่วงต้นปี 2562 อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2561 แต่หลังจากนั้นตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบมาจากสงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการส่งออกต่างประเทศ รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดการผลิตรถยนต์โดยรวมของประเทศได้ชะลอตัวลงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2562 ทั้งนี้ กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2562 มียอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งสิ้น 1,007,552 คัน ลดลงร้อยละ 3.28 เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่จำนวน 1,041,739 คัน และมียอดการผลิตรถยนต์รวม 2,013,710 คัน ลดลงร้อยละ 7.10 จากปี 2561 ที่จำนวน 2,167,694 คัน โดยยอดการผลิตรถกระบะ 1 ตัน รวมรถกระบะดัดแปลง 1,178,026 คัน ลดลงร้อยละ 5.80 เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่จำนวน 1,250,483 คัน

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2562 มีรายได้จากการขายและให้บริการจำนวน 5,231.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.3 จาก 5,586.0 ล้านบาทในปี 2561 สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2562 จำนวน 75.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 79.1 จากจำนวน 358.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2561 ทั้งนี้ สาเหตุที่กำไรสุทธิลดลงในปี 2562 เนื่องจากการชะลอตัวลงของยอดขายภายในประเทศ ผลขาดทุนในการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจากการให้เงินกู้ยืมในต่างประเทศ รวมทั้งผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน


นายอังกฤษ รุ่งโรจน์กิติยศ
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

สำหรับทิศทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2563 ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การรักษาตลาดการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถกระบะ 1 ตัน พร้อมกับการเริ่มเข้าไปในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน (Non-Pickup) ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) รถยนต์นั่ง (Passenger Car) รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ใช่ยานยนต์ เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร (Agricultural Machinery) และ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) เป็นต้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและขยายฐานธุรกิจให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น จากการที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนในบริษัทย่อยที่ต่างประเทศเป็นการขยายฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ในภูมิภาคที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นและขยายโอกาสในการรับงานในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV - Electrical Vehicles) ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างการเจริญเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทฯ และบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คำนึงถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนใกล้เคียงให้มีคุณภาพดีขึ้นพร้อมๆ ไปกับการเติบโตของบริษัทฯ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าเป็นหนึ่งในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย พนักงาน และผู้บริหารทุกท่านสำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทจะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป