สารจากคณะกรรมการบริษัท


นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช
(ประธานกรรมการ)

ในปี 2563 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างต่อเนื่องจากปลายปี 2562 ที่มีการชะลอตัวลงของอุตสาหกรรมโดยรวม ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ต้นปี 2563 และทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในไตรมาส 2 ของปี 2563 ทั้งนี้ กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2563 มียอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งสิ้น 792,146 คัน ลดลงร้อยละ 21.38 เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่จำนวน 1,007,552 คัน และมียอดการผลิตรถยนต์รวม 1,426,970 คัน ลดลงร้อยละ 29.14 จากปี 2562 ที่จำนวน 2,013,710 คัน โดยยอดการผลิตรถกระบะ 1 ตัน รวมรถกระบะดัดแปลง 861,735 คัน ลดลงร้อยละ 26.85 เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่จำนวน 1,178,026 คัน

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2563 มีรายได้จากการขายและให้บริการจำนวน 3,813.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.1 จาก 5,231.7 ล้านบาทในปี 2562 สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2563 จำนวน 253.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 237.1 จากจำนวน 75.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ทั้งนี้ สาเหตุที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในปี 2563 เนื่องจากไม่มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจากการให้เงินกู้ยืมในต่างประเทศ ในขณะที่มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน


นายอังกฤษ รุ่งโรจน์กิติยศ
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

สำหรับทิศทางในการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2564 ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การรักษาตลาดการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถกระบะ 1 ตัน พร้อมกับการเข้าไปในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน (Non-Pickup) ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) รถยนต์นั่ง (Passenger Car) รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ใช่ยานยนต์ เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร (Agricultural Machinery) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) เป็นต้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและขยายฐานธุรกิจให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น จากการที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนในบริษัทย่อยที่ต่างประเทศเป็นการขยายฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ในภูมิภาคที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นและขยายโอกาสในการรับงานในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV - Electrical Vehicles) ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างการเจริญเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คำนึงถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนใกล้เคียงให้มีคุณภาพดีขึ้นพร้อมๆ ไปกับการเติบโตของบริษัทฯ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าเป็นหนึ่งในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน รวมถึงการที่บริษัทได้รับโล่รางวัลเกียรติยศ Thailand’s Top Corporate Brand 2020 ในฐานะที่บริษัทมีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดในหมวดสินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ ประจำปี 2563 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย พนักงาน และผู้บริหารทุกท่านสำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทจะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป